×
โปรแกรมออกใหม่
ม่วนคั่กๆ ฮัก กาฬสินธุ์
รหัสโปรแกรม
ADT01-3D2N-BUS
ช่วงเดินทาง
ส.ค. 61 - ก.ย. 61
การเดินทาง
เดินทางโดยรถบัส

ม่วนคั่กๆ ฮัก กาฬสินธุ์...

ประเภท
program-tour
ประเทศ
ไทย
Promotion
-
ราคาเริ่มต้น
5,300. 4,990.-
Highlight:
พระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง – ที่พัก – Eat local food ฮูปแต้ม – หมู่บ้านวัฒนธรรมโคกโก่ง – พิพิธภัณฑ์สิรินธร – วัดภูค่าว – ตลาดโรง บ้านโพน แพรวาราชินีไหมไทย – สะพานเทพสุดา – ขอนแก่น – ลำตะคอง
ข้อมูลและการติดต่อสำหรับสอบถามโปรแกรมทัวร์

 ชื่อ (จำเป็นสำหรับการติดต่อ)
 เบอร์โทร (จำเป็นสำหรับการติดต่อ)
 จำนวนคน
 Email (จำเป็นสำหรับการติดต่อ)
 Line ID (จำเป็นสำหรับการติดต่อ)
 ช่วงวันเดินทาง (จำเป็นสำหรับการ เช็คตารางทัวร์)
ถึง
 รายระเอียดอื่นๆ
สรุปกิจกรรม
Day กิจกรรม มื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น ที่พัก

1

กรุงเทพมหานคร – บุรีรัมย์ – พระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง – ที่พัก – Eat local food

ดิโน่ สตูดิโอ กาฬสินธุ์

2

ฮูปแต้ม – หมู่บ้านวัฒนธรรมโคกโก่ง – พิพิธภัณฑ์สิรินธร – วัดภูค่าว – ตลาดโรงสี

ดิโน่ สตูดิโอ กาฬสินธุ์

3

บ้านโพน แพรวาราชินีไหมไทย – สะพานเทพสุดา – ขอนแก่น – ลำตะคอง – กทม.

ดิโน่ สตูดิโอ กาฬสินธุ์
รายละเอียด

05.30 น.           คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย.....

                        ลงทะเบียน รับเอกสารในการเดินทาง ทีมงานอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ

06.00 น.           ออกเดินทาง โดยรถปรับอากาศ มุ่งหน้าสู่ จ.บุรีรัมย์ (ระยะทาง 431 กม.) 

                        ระหว่างทางบริการอาหารเช้า (มื้อที่ 1) อาหารกล่อง

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่ 2) ร้านไก่ย่างสีดา1 ใน 10 ร้านที่ต้องกินในบุรีรัมย์

                        หลังอาหารเดินทางสู่ จ.กาฬสินธิ์ (ระยะทาง 182 กม.)

15.00 น.           ถึง  เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็น “ฟ้าแดดสูงยาง” บางแห่งเรียก “เมืองเสมา” เนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 ดังหลักฐานทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏโดยทั่วไปทั้งภายในและนอกเมือง เช่น ใบเสมาหินทราย จำหลักภาพชาดกและพุทธประวัติจำนวนมาก กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเมืองฟ้าแดดสงยางเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479  นำท่านกราบสักการะ พระธาตุยาคูหรือพระธาตุใหญ่ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐ ปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกัน ชาวบ้านเชื่อกันว่าในองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงครามได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดสงยาง แต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จากนั้นดินทางเข้าสู่ที่พัก  ดิโน่ สตูดิโอ  หรือ เทียบเท่า 

17.00 น.           พร้อมกันหน้าส่วนต้อนรับของที่พัก นำคณะเดินทางเข้าสู่ งาน มี๊ตแอนด์กรี๊ด Eat Local Foodย่านเมืองเก่า

                        อิสระอาหารค่ำให้ท่านได้เลือก ช้อป แช๊ะ  ชิม  ของดี ของเด่น ของดัง ของอร่อย ของกาฬสินธ์ ได้เต็มที่

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า(มื้อที่ 3) ห้องอาหารของที่พัก หรือ ร้านอาหารท้องถิ่น

08.00 น.           นำคณะเดินทางสู่ วัดอุดมประชาราษฎร์เดิมชื่อ วัดหัวระพา ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2448 นำท่านชม “สิม”หรือ อุโบสถซึ่งที่นี่มีขนาดใหญ่พิเศษ คือ ตัวสิมยาว 5 ช่วงเสา  กว้าง 3 ช่วงเสา ทั้งเสาและผนังใช้ก่ออิฐพื้นเมืองฉาบปูนปั้นลายประดับตามรูปแบบศิลปะของช่างญวน ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ ด้านหลังพระประธานมี “ฮูปแต้ม”เขียนภาพมังกรอยู่กลางผนัง ด้านหลังมีการลงสีอย่างละเอียดสวยงาม หาชมได้ยาก

10.30 น.           นำคณะเดินทางถึง บ้านโคกโก่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมขนาดเล็ก เดิมชาวผู้ไทโคกโก่งเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากประเทศจีนตอนใต้ เคลื่อนลงมาผ่านเวียดนามและลาว ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ทางภาคอีสานของไทย โดยทั่วไปแล้วชาวผู้ไทยชอบอาศัยอยู่ใกล้ภูเขาเนื่องจากต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติมา ชาวผู้ไทยเป็นผู้ยึดมั่นในธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำท่านสัมผัส  ภาษาพูด การแต่งกาย ดนตรี  พื้นบ้าน การทอผ้า การจักสานไม้ไผ่และรอยยิ้มที่แจ่มใสแสดงออกซึ่งความเป็นมิตร อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาอันยาวนาน

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน(มื้อที่ 4) แบบพื้นบ้านอีสาน

14.30 น.           เดินทางถึง พิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นแหล่งค้นพบไดโนเสาร์กินพืช ที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดย

พบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมี รูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร ปัจจุบันกรม

                        ทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

16.30 น.           เดินทางถึง วัดภูค่าวหรือชื่อเต็มๆ ก็คือ วัดพุทธนิมิต(ภูค่าว) แค่ด้านหน้าวัด ท่านจะประหลาดใจกับแท่งหิน

แกะสลักขนาดใหญ่หน้าทางเข้าออก เข้ามาด้านในจะทึ่งกับ พระอุโบสถไม้ ที่สวยงาม ผสมผสานระหว่างศิลปะภาคกลางและล้านนา เสาแต่ละต้นต้องเรียกว่า "ซุง" มีเขียนกำกับไว้ว่าเป็นไม้ใต้เขื่อนลำปาว (มีเอกสารกำกับอย่างถูกต้อง)  และที่ดึงดูดสายตามาแต่ไกล ก็คือ องค์พระมหาธาตุเจดีย์ ที่สร้างด้วยหินแกะสลักทั้งองค์ 

                        สูง 80 เมตร ภายในประกอบด้วยเสาใหญ่ 32 ต้น ด้านผนังมีระเบียงด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ

                        ต่างยุคต่างสมัยยอดมหาธาตุเจดีย์ ทำด้วยทองคำหนัก 30 กก. และยังบรรจุอัญมณีมูลค่ามหาศาลจากผู้มีจิต

ศรัทธา และที่สำคัญไปกว่านั้น บริเวณกลางเจดีย์ด้านในมีมณฑปไม้โลงเลง เป็นไม้เนื้อหอมชนิดหนึ่งจาก ส.ป.ป.ลาว ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระอริยสงฆธาตุ นำท่านกราบสักการะ พระไสยาสน์พระศิลาจำหลัก มีความยาว 2.25 เมตร อายุกว่า 2,500 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นปูชนียวัตถุโบราณ โดยกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.2484 

18.00 น.           เดินทางกลับเข้าตัวเมืองอิสระอาหารค่ำให้ท่านเลือกรับประทานอาหารร้านเด็ด ร้านดัง ตามอัธยาศัย

19.30 น.           กลับเข้าที่พักดิโน่  สตูดิโอ  หรือ เทียบเท่าคืนที่ 2   

วันที่ 3 : บ้านโพน แพรวาราชินีไหมไทย – สะพานเทพสุดา – ขอนแก่น – ลำตะคอง – กทม.

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า(มื้อที่ 5) ห้องอาหารของที่พัก หรือ ร้านอาหารท้องถิ่น

08.00 น.           เดินทางสู่ บ้านโพนคนรักผ้าไหมต้องบันทึกลงในสมุดเดินทางส่วนตัวไว้เลยว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ มีศูนย์ผลิตผ้า

ไหมทอมืออันวิจิตรเลื่องชื่อตั้งอยู่ที่ตำบลโพน ในตัวอำเภอคำม่วง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามถิ่นกำเนิดผ้าไหมแพรวาหรือ แพรวาราชินีแห่งไหม โดยมีที่มาจากลวดลายพิเศษบรรจงของแพรวา ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 60 ลาย

                        จากอดีตทอไหมเพียงหน้าแคบ 1 วา ทว่าปัจจุบันมีการทอไหมหน้ากว้างเพิ่มขึ้น และมีให้เลือกหลากหลาย

ลวดลาย นำท่านเยี่ยมชมสาธิตขั้นการการเกิดเส้นไหม ภายใน ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา บ้านโพนอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยริเริ่มโครงการนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2521 นอกจะเป็นการสืบต่อภูมิปัญญา ยังสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้านได้อย่างยั่งยืนมาเที่ยวที่นี่ ท่านจะได้เห็นความสุขบนความพอเพียง จนอยากชะลอจังหวะชีวิตให้ช้าลง จากนั้นเดินทางกลับระหว่างทาง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนลำปาว จากบนสะพานเทพสุดา

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 6) ร้านอาหารระหว่างทาง

บ่าย                  เดินทางต่อ เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงเทพมหานคร (ระยะทาง 523 กม.)

20.00 น.           ถึง กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

หมายเหตุ          รายการเดินทางดังกล่าว สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนได้ ตามสถานการณ์หน้างาน ทั้งนี้การตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น

                        เป็นไปเพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์สูงสุดของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ

เงื่อนไขโปรแกรม คลิก

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง                    

ผู้ใหญ่                           ท่านละ  4,990 บาท

                                    พักเดี่ยวจ่ายเพิ่มท่านละ  1,000 บาท

ราคารวม

1.พาหนะในการเดินทาง                                                 2. ที่พัก 2 คืน ห้องละ 2 ท่าน

3.อาหาร 6 มื้อ (ตามมื้อที่ระบุรวมในรายการ)                   4.น้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวระหว่างการเดินทาง

5.ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ตามที่ระบุ     6.ประกันการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท

7.มัคคุเทศก์และทีมงาน คอยอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทาง

ราคาไม่รวม

1.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีทุกประเภท

2.ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เกิดขึ้น รวมถึงในห้องพัก เช่น ค่าเครื่องดื่ม

3.ค่าทิปพนักงานส่วนบริการ ท่านละ 200 บาทต่อทริปต่อท่าน

4.ค่าใช้จ่ายทุกประเภทที่ไม่ได้ระบุรวมไว้ในรายการ

Information Partner